ความฝันเมืองราชบุรี

และเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของเถ้าฮงไถ่

ราชบุรีเป็นที่รู้จักดีถึงโอ่ง เมื่อพูดถึงโอ่ง ผู้คนก็จะต้องนึกถึง "เถ้าฮงไถ่" โรงงานโอ่งที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นต้นตำรับของโอ่งราชบุรี

ราชบุรียังเป็นที่ตั้งของ "ไอ้จุด" ประติมากรรมสุนัขที่โด่งดังไปไกลถึงเบอร์ลิน ชิ้นงานดินเผาที่ยกระดับเป็น "งานศิลปะ" ฝีมือของวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ใครที่เคยไปเที่ยวราชบุรีต้องเห็นไอ้จุดยืนตระหง่านอยู่ถึง 4 ตัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี

วศินบุรีหรือคุณติ้ว วัย 48 เป็นทายาท "เถ้าฮงไถ่" เจนเนอเรชั่นที่ 3 คนที่เริ่มจากการคิดจะไม่สานต่อกิจการที่บ้าน แถมยังหนีไปเรียนด้านอื่น แต่เมื่อวันหนึ่งเขาค้นพบความสนุกของเซรามิกและศิลปะ เขาก็ได้นำพาเซรามิกไปสู่จุดที่ไกลเกินกว่าจะเป็นแค่เซรามิกด้วยซ้ำไป

ด้วยกิจกรรมและพลังทางศิลปะ ได้กระเพื่อมให้เกิดหลายต่อหลายสิ่ง ศิลปินรุ่นน้องได้มาเรียนรู้ ต่อยอดสร้างแบรนด์เซรามิกเป็นของตนเอง ริมแม่น้ำเมืองราชบุรี เทศบาลเมืองฯ ตัดสินใจปรับแผนจากการสร้างพื้นที่ลานจอดรถเป็นลานกิจกรรม ได้ครีเอทกิจกรรมทางศิลปะสร้างสนามฟุตซอลขึ้นเพื่อให้น้องๆ เยาวชนได้มีฝันที่เป็นจริง เปลี่ยนมุมที่คนชอบทิ้งขยะในให้เป็นแลนด์มาร์กของเมือง ด้วยการใช้ชิ้นโมเสกเซรามิกตกแต่งจนกลายเป็นมุมสวยงาม ไปจนถึงเป็นที่ปรึกษาให้กับคนที่เข้ามาหาเพื่อขอความช่วยเหลือทั้งในเรื่องที่เป็นศิลปะหรือไม่ศิลปะ

เป้าหมายแรกเริ่มนับตั้งแต่ 20 ปีก่อนของคุณติ้วคือการสร้างให้เมืองราชบุรีเป็นเมืองศิลปะ ด้วยความคิด ด้วยทุน ด้วยแรงของตนเอง จนปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ซึ่งรวบรวมงานศิลปะด้านเซรามิกที่ทรงคุณค่าไว้ที่ราชบุรีให้สาธารณชนได้มาสัมผัส

แต่กว่าจะเดินทางถึงผลลัพธ์ที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมเหล่านี้ เขาต้องต่อสู้กับความคิด ทัศนคติ และผู้คนมากมาย เริ่มจากเตี่ยก่อนเป็นคนแรก เป็นยี่สิบปีผ่านที่เกิดอะไรขึ้นมากมาย

คุณติ้วในวัยหนุ่มตัดสินใจหยุดการศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วเดินทางไปเรียนด้านเซรามิกที่เมืองคาสเซิล ประเทศเยอรมนี ตามคำแนะนำของเตี่ย จนจุดประกายความรู้สึกสนุกกับงานเซรามิก และกลับมาผลิตงานแบบ "สีสันสดใส" ที่เตี่ยก็รับไม่ได้บอกว่าเป็น "กาคาบพริก" สวนกระแสงานเซรามิกสีเอิร์ธโทนในช่วงเวลาน้ัน แล้วตัดสินใจนำเข้า Know-how สีแจ๊ดๆ ที่ปลอดภัยเทียบเท่าสี Food grade เข้ามาใช้ ด้วยเหตุผลว่าถ้าไม่ลองทำแบบที่ตนเชื่อดูมันก็จะคาใจอยู่อย่างนั้น

"ถ้าลองแล้วล้มเหลวอย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าสิ่งที่เราคิดมันไม่ได้ผล" คุณติ้วกล่าว

เขาต้องใช้วิธีเขียนจดหมายแล้วเอาไปวางให้เตี่ยอ่าน เพื่อที่จะบอกถึงแนวคิดและสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ

เซรามิกของเถ้าฮงไถ่เจนที่สาม ที่มีสีแบบกาคาบพริก ทำออกมาแล้วคนรอบข้างมากมายหัวเราะเยาะ แต่จากนั้นไม่นาน เซรามิกสีแปร๋นนี้ค่อยๆ สร้างเจนเนอเรชั่นใหม่ให้กับโอ่งราชบุรี กลายเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว เป็นงานสะสมของนักสะสม คนที่เคยไม่เห็นด้วยต่างหันมาผลิตงานในแนวทางเดียวกัน

เถ้าฮงไถ่ ประสบความสำเร็จในการสร้างกระแสการท่องเที่ยวให้กับเมืองราชบุรี แต่คุณติ้วบอกว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายหลัก

"เราแค่อยากเป็นจิกซอว์ส่วนหนึ่งของภาพความสมบูรณ์ของราชบุรี ไม่ได้บอกว่าศิลปะคือสิ่งสำคัญที่สุดหรือสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรเลือก แต่ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งที่เมื่อประกอบกับสิ่งอื่นในชุมชนแล้วทำให้ชุมชนสมบูรณ์ขึ้น"

"เราอยากใช้ศิลปะเป็นตัวเชื่อมให้คนในชุมชนกลับมาเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนเองมี สิ่งที่อาจหายไปได้ในวันหนึ่ง ถ้าเราไม่เฝ้าระวังไว้ แล้วเราจะดูแลมันอย่างไร และส่งต่อมันอย่างไร"

ทุกวันนี้เถ้าฮงไถ่ไม่หวง Know-how เปิดประตูโรงงานรับผู้ที่อยากมาศึกษาการทำเซรามิก สิ่งที่คุณติ้วหวังมีเพียงการต่อยอดนำความรู้ไปใช้ในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง "แค่การสร้างความต่างแม้เพียงเล็กๆ ก็่ก่อให้เกิดเป็นความสำเร็จได้แล้ว"

คุณติ้วบอกว่า "ตอนเด็กๆ เห็นกงทำงาน เห็นพ่อทำงาน กงทำก็เยอะแล้ว พ่อทำก็ยิ่งเยอะเข้าไปอีก ก็คิดว่านั่นคือโลกท้ังใบของเซรามิกแล้ว แต่นั่นคือความคิดที่เป็นเส้นผมบังภูเขามาตลอด เซรามิกไม่ได้มีแค่ A B C แต่มันยังมี E D E F G และอีกมาก"

ในวันนี้ที่โรงงานเถ้าฮงไถ่ สามารถจะเล่นกับความเป็นไปได้ของดินเผาในทุกรูปแบบ มีเซมามิก "ในทุกแบบที่อยากจะทำ"

"ดินเป็นสิ่งที่เล่นได้ไม่รู้จบ เป้าหมายตอนนี้คืออยากเล่นกับดินให้ได้มากที่สุด ให้ได้มากกว่านี้" คุณติ้วเสริม

ปัจจุบัน เถ้าฮงไถ่ยังบริหารกิจการในรูปแบบของกงสี แบ่งหน้าที่กันในหมู่พี่น้อง เถ้าฮงไถ่ไม่ได้เป็นแค่โรงงาน แต่พยายามเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะ เป็นที่ดูงานของหลายๆ องค์กร มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ เป็นพื้นฐานความรู้แล้วนำไปสร้างเป็นรูปแบบของตนเองได้ต่อไปในอนาคต โดยคนที่ผ่านการฝึกอบรมที่นี่ไม่ใช่แค่ผ่านการฝึกฝนด้านศิลปะ แต่ฝึกการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะด้วย

หากจะมีประโยคหนึ่งที่สรุปความใฝ่ฝันของคุณติ้ว อาจจะเป็นประโยคหนึ่งที่เขาพูดไว้ว่า "การให้โอกาส แม้จะมีเพียงคนเดียวที่ได้รับไป แต่คนนั้น อาจเป็นคนสร้างการเปลี่ยนแปลง"

ใครกี่คนก็ได้ ที่จะได้สืบสานในแง่ของความรู้ อุดมการณ์บางอย่าง แล้วต่อยอดไปในแบบที่แต่ละคนเป็น

เจนเนอเรชั่นที่ 4 ของเถ้าฮงไถ่ อาจไม่ได้เป็นการสืบทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน แต่อาจจะเป็นใครก็ได้ที่รักในศิลปะ

เป็นวันที่ "ไอ้จุด" ได้ออกเดินทางไปสถานที่อื่นมากมาย แต่เป็นที่รู้กันดีว่า "บ้าน" ของไอ้จุดคือราชบุรี